“ไม่ลาน” ประกาศยืม “ดิอาซ” ร่วมกลุ่มพ่วงซื้อขาด

เอซี มิลาน ประกาศคว้า บราฮิม ดิอาซ มาจาก เรอัล มาดริด เป็นที่เป็นระเบียบ ข้อตกลงยืมตัว 2 ปี พร้อมมีออปชั่นซื้อขาด 22 ล้านยูโร

เอซี มิลาน ประกาศคว้า บราฮิม ดิอาซ มาจาก เรอัล มาดริด เป็นที่เป็นระเบียบ ข้อตกลงยืมตัว 2 ปี

แถลงการณ์กำหนดแค่เพียงการดึงมาร่วมทีมไปจนกระทั่งจบฤดูกาล 2023 กระนั้นบรรดาสื่อใหญ่ในยุโรปและผู้สื่อข่าวโด่งดังเผยว่าการยืมตัวครั้งนี้ อสุรกายแดงดำ จ่ายค่ายืมไปให้ เรอัล มาดริด 3 ล้านยูโร

นอกนั้น ไม่ลาน มีออปชั่นสำหรับการเซ็นสัญญาถาวรมูลค่า 22 ล้านยูโร แต่ว่ามีเงื่อนไขที่ พระราชาชุดขาว สามารถซื้อแนวรุกวัย 21 ปีกลับไปได้ในราคา 27 ล้านยูโร

ดาวเตะกลุ่มชาติประเทศสเปน จะสวมเสื้อหมายเลข 10 ที่ว่างอยู่ข้างหลังฮาคาน ชาลฮาโนกลู ตัดสินใจย้ายไปอินเตอร์ มิลาน

สำหรับ ดีอาซ ลงสู่สนามให้ ไม่ลาน เมื่อฤดูกาลก่อนหน้านี้ไปทั้งปวง 39 เกม โดยฤดูกาลนี้นักฟุตบอลจะสลับมาสวมเสื้อหมายเลข 10 ให้กับสโมสร

สับสนกันหมด! “ดานี่ อัลเวส” แข้งดังบราซิลพก “กลอง” ประจำตัวฝ่าศึกโอลิมปิก

ดานี่ อัลเวส กองหลังจอมเก๋ากลุ่มชาติบราซิล ตกเป็นข่าวดังข้างหลังถูกจับภาพเหมาะสนามบินนานาประเทศโตเกียว ว่านำกลองทิมบาจากถิ่นกำเนิดประจำตัวมาร่วมแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว

โดย ตัวบุกปีกขวาวัย 38 ปี ได้รับการเรียกตัวให้เข้ามาเป็นโควตาผู้เล่นอายุเกิน 23 ปี ของกลุ่มชุดนี้ เดินทางถึงท่าอากาศยานโตเกียว เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ก่อนได้รับความพอใจจากบรรดาสื่อหลายสำนัก

สำหรับ กลองอะลูมิเนียมที่เจ้าตัวนำประจำตัวมาด้วยนั้น เป็นกลองที่ทำมาจากรัฐบาเอีย ถิ่นกำเนิดของเจ้าตัวนั่นเอง โดยลำแข้งดังขึ้นตรงต่อ เซา เปาโล หวังว่าอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีจำพวกนี้จะมีผลให้เขาโชคดีในการแข่งขัน และสามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้อีกยุค

อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ชาวบราซิล ถือเป็นชาติที่สนุกสนานเป็นชีวิต และเสียงกลองก็ถือเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งที่สร้างความสำราญ และและความครื้นครึกด้านในกลุ่มระหว่างที่ต้องสู้ศึก โอลิมปิก 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ บราซิล ภายใต้การนำทัพของผู้จัดการทีมฟุตบอล อันเดร ชาร์ดีน อยู่กรุ๊ปดี ร่วมกับ เยอรมนี, ไอวอรี่โคสต์ และ ซาอุดีอาระเบีย โดยเกมแรกของพวกเขาคือการเจอกับ “อินทรีเหล็ก” ในวันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม นี้

คนมันเทพ! สื่อตี แอตเลตำหนิโก มาดริด จ้องสอย “ลินการ์ด” เฉิดฉันลาลีกา

เดลี เมล สื่อดังของอังกฤษ แถลงการณ์ว่า เจสซี ลินการ์ด มิดฟิลด์ตัวรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นจุดมุ่งหมายในตลาดค้าขายซัมเมอร์ของ แอตเลติโก มาดริด ทีมแชมป์ลาลีกา ประเทศสเปน

ดาวเตะวัย 28 ปีย้ายกลับมายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ข้างหลังหมดสัญญายืมตัวกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจในตอนครึ่งฤดูกาลข้างหลัง ทำได้ 9 ประตูจากการลงในสนาม 16 นัดหมายช่วยทำให้ทีมของ เดวิด มอยส์ คว้าอันดับ 6 ของตารางและผ่านเข้าไปเล่นในบอลยูโรปา ลีก ได้สำเร็จ

ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงเช่นนี้ ทำให้ ลินการ์ด ได้รับการเรียกตัวกลับมาติดทีมชาติอังกฤษอีกรอบเมื่อมีนาคมและยังมีชื่อเป็น 1 ใน 33 นักเตะที่ถูกเรียกมาเตรียมพร้อมก่อนศึกยูโร 2020 แต่ก็ถูกตัดทิ้งจาก 26 คนในที่สุดก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้นอย่างน่าเสียดาย

สำหรับอนาคตของแนวรุกรายนี้ หากว่าทาง โอเล กุนที่นาร์ โซลชา จะออกมาการันตีว่าเขายังอยากเก็บนักเตะเอาไว้กับทีมถัดไป แต่ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็อยากดึงเขากลับไปร่วมทีมอีกรอบ แล้วก็จากรายงานปัจจุบันระบุว่า แอตเลติโก มาดริด ของ ดิเอโก สิเมโอเน ก็มีความสนใจอยู่ด้วยด้วยเหมือนกัน

คาดว่า ลินการ์ด จะมีค่าตัวในตลาดค้าขายราว 25 ล้านปอนด์ขณะที่สัญญาของเขาเหลืออีกเพียงปีเดียว ซึ่งทางทีมขุนค้อนมีแผนที่จะขอยืมตัวไปใช้งานต่ออีกหนึ่งฤดูกาล ขณะที่เจ้าตัวอยากย้ายทีมแบบถาวรในซัมเมอร์นี้

สีนี้ไม่ให้ใช้! เซเรีย อา สั่งแบนชุดสีเขียวเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23

เซเรีย อา อิตาลี จัดแจงออกกฏใหม่ห้ามทุกครั้งมในลีกใส่ชุดแข่งที่มีสีเขียวลงสู่สนาม เริ่มใช้ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลก่อกวนการถ่ายทอดสด

Football Italia สื่อดังจากดินแดนมักกะโรนี แถลงการณ์ว่า เซเรีย อา ได้มีการเปลี่ยนแปลงกฎข้อปฏิบัติเกี่ยวกับเสื้อผ้าอีกรอบ เพื่อให้กล้องถ่ายภาพถ่ายทอดสดดำเนินการได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และอำนวยความสะดวกต่อผู้ที่เป็นโรคตาบอดสี

รายงานบอกว่า ความเคลื่อนไหวคราวนี้เหมารวมถึง เสื้อ กางเกง และถุงเท้า ที่ห้ามใส่สีเขียวอีกทั้งโทนเข้มและอ่อน ส่วนในเรื่องที่ชุดชิงชัยมีมากกว่า 2 สี ควรต้องให้สีอื่นมีความสะดุดตากว่าสีเขียวแค่นั้น และจะมีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 เป็นต้นไป โดย เซเรีย อา ตัดสินใจประกาศให้ทราบตั้งแต่ฤดูกาลนี้เพื่อให้ทุกครั้งมมีเวลาเตรียมตัว

จากการประกาศกฎดังที่กล่าวถึงแล้ว แน่นอนว่าสมาคมที่ได้รับผลพวงมากที่สุดในลีกก็คือ ซัสซูโอโล ที่ชุดแข่งหลักเป็นสีเขียวนั่นเอง

เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020

ถึงแม้ว่าทัพลูกหนัง “แซมบ้า” บราซิล จะชวดคว้าชัยชนะระดับทวีปบนดินแดนของตนเอง เนื่องจากว่าเสียท่าแพ้ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา 0-1 ในศึกฟุตบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติอเมริกาใต้ โคขว้าง อเมริกา 2021 รอบชิงชนะเลิศ ที่ประเทศบราซิล

แต่กลับมีนักเตะสายเลือดบราซิลถึง 3 ผู้ที่ได้ฉลองแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนยุโรป เนื่องจากว่าได้โอนสัญชาติไปร่วมทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” อิตาลี ชุดแชมป์ยูโร 2020 ไล่ตั้งแต่ จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน พัลมิเอรี และก็ ราฟาเอล โตลอย นั่นเอง


ในศึกยูโร 2020 มีนักเตะสายเลือดบราซิลโอนสัญชาติไปรับใช้กลุ่มลูกหนังในทวีปยุโรปทั้งหมด 6 คน ดังเช่น เปเป้ แนวรับกลุ่มชาติโปรตุเกส, มาริโอ แฟร์นันเดส แนวรับกลุ่มชาติรัสเซีย, มาร์ลอส ปีกขวากลุ่มชาติยูเครน และก็ 3 นักเตะกลุ่มชาติอิตาลีตามรายชื่อข้างต้น โดยอีกทั้ง 6 คนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวเกิดที่ประเทศบราซิลทั้งหมดเลยด้วย

แต่มีอยู่หนึ่งผู้ที่ไม่เคยผ่านการลงเล่นให้สมาคมฟุตบอลในประเทศบราซิลมาก่อนเลย มันก็คือ จอร์จินโญ่ เนื่องจากว่าได้ย้ายมาปักหลักรกรากในประเทศอิตาลีตั้งแต่ในช่วงเวลาที่มีอายุเพียงแค่ 15 ปี และก็ได้รับสัญชาติเป็นชาวอิตาเลียนตามบรรพบุรุษด้วยนั่นเอง ต่อไปได้เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ เวโรที่นา ในตำแหน่งกองกลางเมื่อปี 2010 และก็ย้ายไปสร้างชื่อกับ ที่นาโปลี ก่อนจะย้ายลงหลักปักฐานกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2018 จนกระทั่งปัจจุบัน


ดังนี้ จอร์จินโญ่ ได้ถูกเรียกมารับใช้ทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนในรายของ เอแมร์ซอน เคยค้าแข้งในบราซิลกับ ซานโตส มาก่อน แต่ได้ย้ายมาสร้างชื่อกับ โรม่า ในปี 2015 และก็ได้โอนสัญชาติเพื่อไปใส่เสื้อสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2018 ในตอนที่ โตลอย เพิ่งได้สัญชาติในช่วงต้นปี 2021 หลังจากที่อยู่ปักหลักยืนเล่นเป็นกองข้างหลังของ อตาลันตา มานานถึง 6 ปีแล้ว นับจากย้ายมาจาก ซานโตส ในบ้านเกิดเมื่อปี 2015


ก่อนหน้านี้มีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้โอนสัญชาติไปคว้าชัยชนะยุโรปมาแล้วถึง 2 คน เริ่มจาก มาร์กอส เซนที่นา ได้จารึกชื่อเป็นคนแรกเมื่อในช่วงเวลาที่สวมบทเป็นกองกลางกลุ่มชาติประเทศสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 ส่วน เปเป้ ตามมาเป็นผู้ที่ 2 โดยสวมบทเป็นกองข้างหลังกลุ่มชาติโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 พอๆกับว่าปัจจุบันนี้มีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้โอนสัญชาติไปคว้าชัยชนะยุโรปเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เพราะว่า จอร์จินโญ่, เอแมร์ซอน และก็ โตลอย กลายเป็นอีก 3 แข้งแซมบ้าที่ได้เข้าทำเนียบนี้กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาพร้อมใจ เนื่องจากว่าได้ใส่เสื้อของทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” ฉลองแชมป์ยูโร 2020 ไปหมาดๆ

พวกไม่ยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมลงชื่อนัดชิงยูโร 2020 จะต้องแข่งใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดชิงชนะเลิศบอลยูโร 2020 ที่บทสรุปเป็น กลุ่มชาติอิตาลี ดวลจุดโทษชนะ กลุ่มชาติอังกฤษ ไป 3-2 ข้างหลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ ท่ามกลางความไม่สมหวังของกองเชียร์สิงโตคำรามในสนามเวมบลีย์

ปัจจุบัน มีแถลงการณ์ว่าแฟนบอลกลุ่มชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมลงนามอย่างจริงจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า กระทำการรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศใหม่อีกรอบ ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้ตัดสินไม่ยุติธรรม

โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าจู่โจมไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินคนเนเธอร์แลนด์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นบอกว่าตัดสินผิดพลาดหลายจังหวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรให้ใบแดงแต่ก็ให้เพียงแค่ใบเหลือง รวมถึงจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็จะต้องเป็นใบแดงเหมือนกัน

จนถึงเวลานี้ มีคนรักบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมลงนามใน change.org เว็บไซต์ที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้แข่งกันใหม่อีกรอบ ซึ่งเว้นแต่พวกเขามองว่าผู้ตัดสินเป่านกหวีดแบบไม่ยุติธรรมแล้ว ยังเจาะจงเพิ่มเพราะว่า กลุ่มชาติอิตาลีเล่นแรงเกินความจำเป็น โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นกลุ่มชาติอังกฤษ

อย่างไรก็แล้วแต่ การร่วมลงนามครั้งนี้คงจะเป็นได้เพียงแต่การแสดงออกทางข้อคิดเห็นเพียงแค่นั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองคงจะไม่มีการตอบกลับคำเรียกร้องนี้อะไร

ไขข้อข้องใจ! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดโทษในเกมสุดบีบคั้น

“สิงโตขู่คำราม” กลุ่มชาติอังกฤษ จะต้องเจอกับความหมดหวังอีกครั้ง หลังเป็นข้างแพ้จุดโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดชิงแชมป์ บอลยูโร 2020 เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 11 เดือนกรกฎาคม 2564

 

ทำให้พวกเขายังจะต้องรอการบรรลุเป้าหมายต่อไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยคราวสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จคือการได้แชมป์บอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่ผ่านมา

แต่มีหลายเสียงวิภาควิจารณ์หลังเกมเป็นอย่างมาก เกี่้ยวกับการตกลงใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษที่เลือกให้นักฟุตบอลอายุน้อยของกลุ่มมาเป็นคนยิงจุดโทษในเกมที่มีแรงกดดันสูง อีกทั้ง บูติดอยู่โย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) รวมทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งอีกทั้งสามรายพลาดหมด

โดยหลังเกม ผู้จัดการทีมวัย 50 ปี ออกมาชี้แจงถึงหัวข้อนี้ว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับผม พวกเขาไม่ได้เสนอตัว แต่ผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดโทษเอง โดยพินิจจากภาพรวมสำหรับในการฝึก หากคุณจะโทษใครกันแน่ คนนั้นจะต้องเป็นผม แน่ๆพวกเขาจะไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่เราจะอยู่เคียงคู่เขา”

 

นอกจากนี้ อดีตกาลปราการหลังสิงโตขู่คำราม ยังได้เผยถึงปัจจัยว่าเหตุไรกลุ่มจึงหันมาเล่นเกมรับ รวมทั้งตกลงใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”พวกเราเก็บบอลกันได้ไม่ดีพอ นั่นทำให้พวกเราเจอแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะทำให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็ราวกับการพนัน ถ้าเกิดพวกเราเปิดเกมรุกแลกเปลี่ยนก่อนหน้าที่ผ่านมา พวกเราก็บางทีก็อาจจะแพ้ในช่วงต่อเวลาพิเศษก็เป็นได้”

ข้อสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นดีเยี่ยมที่สุด, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งดีเยี่ยมที่สุด ,สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

หลังจากที่ อิตาลี ผงาดครองแชมป์ ยูโร 2020 ถึงอังกฤษ ข้างหลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดลูกโทษชี้ขาด 3-2 ครองแชมป์มาครองเป็นสมัยที่สองภายหลังจากเคยคว้าทำได้สำเร็จในปี 1968

ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น ข้างหลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันที ส่วนจะมีอะไรที่น่าดึงดูดกันบ้างไปติดตามกันได้เลย

ผู้เล่นเยี่ยมที่สุดของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)

 

นักเตะวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดลูกโทษสำหรับการดวลจุดลูกโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนที่ เวมบลีย์ แล้วก็ช่วยทำให้ทีมของเขาครองแชมป์ ยุโรป สำเร็จ เป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 1968

ยิ่งกว่านั้นเขายังเป็นผู้เฝ้าประตูคนที่สองที่ได้รับรางวัลดังกล่าวข้างต้นต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992

เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดหมายแล้วก็เสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากยิ่งกว่าผู้เล่นคนอื่นๆในรายการ

ทำเนียบนักเตะเยี่ยมที่สุด ศึกยูโร 7 ครั้งล่าสุด
– ปี 2020 : จานฝ่าจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)
– ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส)
– ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (ประเทศสเปน)
– ปี 2008 : ชาบี้ เออร์นานเดซ (ประเทศสเปน)
– ปี 2004 : ธีโอโดรอคอยส ซาโกราคิส (กรีซ)
– ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ฝรั่งเศส)
– ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี)

ดาวรุ่งเยี่ยมที่สุด – เปดรี (ประเทศสเปน)

 

ในขณะที่ เปดรี กองกลางของ ประเทศสเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดคว้ารางวัลดาวรุ่งเยี่ยมที่สุดประจำทัวร์นาเมนต์

นักเตะวัย 18 ปีลงเล่นดูเหมือนจะทุกนาทีให้กับทีมชาติของเขาข้างหลังถูกเปลี่ยนตัวออกมาจากสนามในช่วงทดเวลาในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เจอกับ สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงแต่นาทีเดียวแค่นั้น

“สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีใครทำ แม้กระทั้งอันเดรส อิเนียสต้าเองก็ไม่ได้ทำอย่างนั้น มันช่างไม่น่าเชื่อ ไม่มีใครเหมือน” หฝ่าส์ เอ็นริเก้ กุนซือกล่าว

ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (ประเทศโปรตุเกส)

 

คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติประเทศโปรตุเกส ที่ทำได้ 5 ประตูพอๆกับ ขว้างตริก ชิก แนวรุกทีมชาติสาธาณเมืองเช็ก แต่ดาวเตะดินแดนฝอยทองทำได้ 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ คว้ารางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอง

สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด

ชิงชัยรวม 51 นัดหมาย

ยิงกันทั้งผอง 142 ประตู – เฉลี่ย 2.79 ประตูต่อเกม

ทีมที่ทำประตูสูงที่สุด อิตาลี – 13 ประตู

คลีนชีตสูงที่สุด อังกฤษ – 5 เกม

ครองบอลเฉลี่ยสูงที่สุด ประเทศสเปน – 66.8%

ผ่านบอลถูกต้องที่สุด ประเทศสเปน – 89.3%

เซฟสูงที่สุด แยน ซอมเมอร์ (สวิตเซอร์แลนด์) – 21ครั้ง

สปีดเร็วที่สุด สปินาซโซลา (อิตาลี) แล้วก็ เนโก้ (ฮังการี) – 33.8 กิโลเมตร/ชม.

ทำฟาวล์สูงที่สุด เดลานีย์ (เดนมาร์ก) – 15 ครั้ง

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” หลุดปากลั่น “มาร์กซิยัล” นับว่าเป็นหน้าแข้งดังเหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้เฝ้าประตูกลุ่มชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด ชมรมยักษ์ใหญ่ที่ลาลีกา สเปน หลุดตั้งข้อซักถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แนวรุกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักฟุตบอลระดับสตาร์เหรอ? ระหว่างการคุยในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน กองหลังเพื่อนร่วมชาติ

โดยในรายการ ฉันร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามว่า “ให้เลือกนักฟุตบอลระดับสตาร์ 3 คน ที่ไม่ได้ลงเล่นในยูโรคราวนี้” ซึ่งฉันร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส รวมทั้ง เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่จะเขาจะหัวเราะในเชิงยอมด้วยเหตุว่าคิดชื่อเพิ่มไม่ออก

ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลยคำตอบ โดยลิสต์รายนามนักฟุตบอลให้ฟัง ไล่ตั้งแต่ เออร์ลิง ฮาลันด์, อ็องโตนี มาร์กซิยัล, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเกน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, นิโกโล ซานิโอโล, มอยเซ คีน, เอดิน เซโก, แยน โอบลัก, มิราเลม ปานิช..

หลังจากนั้นมือกาววัย 29 ปี ได้พูดขึ้นว่า “มาร์กซิยัลเหรอ? เขาเป็นนักฟุตบอลดังเหรอ?” แล้วหลังจากนั้นทั้งยังฉันร์กตัวส์รวมทั้งแฟร์เกนก็หัวเราะพร้อมเบาๆ

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันหัวใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดชิงแชมป์ ที่เตรียมฟาดลำแข้งกันเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาของประเทศไทย

อย่างที่แฟนบอลทราบดี ปีนี้เป็นการชิงชัยระหว่างคู่ต่อสู้ในฝัน คู่รักคู่แค้นชั่วกับชั่วกัลป์อย่าง เจ้าของงาน ทีมชาติบราซิล เจอกับ ทีมชาติประเทศอาร์เจนตินา

ล่าสุด เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ หลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนทัพฟ้าขาวให้ครอบครองแชมป์โคปา อเมริกา โดยเหตุผลเพราะเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี จอมบุกจากบาร์เซโลนานั่นเอง

สำหรับจุดเริ่มต้นเรื่องราวดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด นักข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าอยากที่จะให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยคุณได้โพสต์ว่า

“ก่อนจะเอาก้อนหินมาปาใส่ฉันในที่ส่วนรวม ฟังฉันชี้แจงก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักแวดวงฟุตบอลบราสิเลียน ใช่ ฉันมีเพื่อนชาวอาร์เจนไตน์หลายท่าน แม้กระนั้นฉันมิได้เชียร์ประเทศอาร์เจนตินา ในเกมนัดชิงโคปา อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แม้กระนั้นฉันเชียร์เพราะฉันรักฟุตบอล และ ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้จำต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเป็นเรื่องที่เป็นธรรม!”

ภายหลังโพสต์ของนักข่าวสาวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีแฟนบอลไม่น้อยล้วนเชื่อตามความเห็นของอันดราเด ซึ่งเกือบ 100%ก็บอกเหตุผลคล้ายคลึงกันโน่นคือ สรรเสริญในฝีเท้าของจอมบุกจากชาติคู่รักคู่แค้น และอยากที่จะให้สมหวังพลาดท่าในวัย 34 ปี ทั้งยังแฟนบอลบราซิลยังขุ่นเคืองจากความผิดพลาดของทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากฟุตบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ล่าสุด เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ไหว ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในประเด็นนี้ยาวว่า

“ผมคือคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มสง่า ความฝันของผมตลอดชีวิตคือการได้เล่นให้ทีมชาติและได้ฟังแฟนบอลแผดเสียงร้องช่วยเหลือ”

“ผมไม่เคยโจมตีหรือคิดจะโจมตีบราซิล เวลาพวกเขาชิงชัยอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์”

“ถ้าสิ่งนั้นคือบราซิล เพราะผมคือคนบราซิล และใครก็ตามที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่เห็นต่างออกไป ก็ช่างเถิดนะ ผมให้ความนับถือ แม้กระนั้นไปลงนรกซะเหอะ”

สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดที่เจอ ทีมชาติเวเนซุเอลา และ ทีมชาติประเทศเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ จากนั้นเขายิงมิได้อีกเลย แม้กระนั้นบราซิลก็ยังเข้มแข็งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดชิงแชมป์

โดยนัดนี้จะเป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้ประจันหน้ากับประเทศอาร์เจนตินาในรอบชิงแชมป์ ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาบราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 สมัย ส่วนประเทศอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 สมัย และมีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 สมัยของอุรุกวัยในวันพรุ่งนี้